| ชื่อเรื่องภาษาไทย | รูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา |
|---|---|
| ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ | A Model of Buddhist School Administration Based on Buddhist Principles in Thai Temples in The United States of America |
| ผู้วิจัย | นางสาวณัฏฐวรางค์ เพ็งเปลี่ยน |
| ที่ปรึกษา 1 | รศ. ดร.สมศักดิ์ บุญปู่ |
| ที่ปรึกษา 2 | ดร.ทองดี ศรีตระการ |
| วันสำเร็จการศึกษา | 4 กันยายน 2025 |
| ส่วนงานที่จัดการศึกษา | วิทยาลัยสงฆ์กำแพงเพชร |
| ชื่อปริญญา | ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) |
| ระดับปริญญา | phd |
| สาขาวิชา | - |
| URI | https://e-thesis.mcu.ac.th/items/9563 |
| ปรากฏในหมวดหมู่ | ดุษฎีนิพนธ์ |
| ดาวน์โหลด (จำนวน) | 0 |
| จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) | 650 |
ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา (2) เพื่อการพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา (3) เพื่อการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา และ (4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณสอบถามกลุ่มประชากร จำนวน 55 รูปหรือคน มีการพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 24 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา แล้วยกร่างรูปแบบและการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (CVI) โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๕ รูปหรือคน มีการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 30 คน และมีการประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการประชุมสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 รูปหรือคน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า:
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ทั้ง 4 ด้านโดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อเรียงค่าเฉลี่ยได้ ดังนี้ ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material) ด้านเงิน (Money) ด้านคน (Man) และด้านการจัดการ (Management) ตามลำดับ
2. ผลการการพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยได้สร้างตามองค์ประกอบของรูปแบบเชิงข้อความ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ ระบบและกลไก รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาของวัดไทย ตามหลักพุทธธรรมไตรสิกขา วิธีการดำเนินงาน แนวทางการประเมินผลเงื่อนไขความสำเร็จ และการบูรณาการหลักพุทธธรรมไตรสิกขา
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากข้อที่มากที่สุด ได้แก่
ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อเรียงค่าเฉลี่ย คือ แนวทางการประเมิน วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินงาน หลักการของการบริหาร ระบบและกลไก เงื่อนไข และการบูรณาการหลักธรรม ตามลำดับ ซึ่งนำมาใช้พัฒนารูปแบบฯ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ทฤษฎี 4Ms (Man, Material, Money, Management) ได้แก่ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านจากน้อยไปหามาก พบว่า ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสม ตามลำดับ สามารถนำไปเป็นรูปแบบการบริหารโรงเรียนพุทธศาสนาตามหลักพุทธธรรมของวัดไทย ในประเทศสหรัฐอเมริกา
This doctoral dissertation was conducted with four primary objectives: (1) to investigate the current state of Buddhist school administration based on Buddhist principles in Thai temples across the United States; (2) to develop a model for administrating Buddhist schools grounded in Buddhist philosophy; (3) to implement the developed model; and (4) to evaluate its applicability and effectiveness. Employing a mixed-methods research design, the study integrated both quantitative and qualitative methodologies. Quantitative data were collected via structured questionnaires administered to 55 participants comprising monks and laypersons. Qualitative data were gathered through in-depth interviews with 24 key informants. Thematic content analysis was employed for data interpretation, followed by the construction of a conceptual model, which was validated for content validity (CVI) by five subject-matter experts.The developed model was pilot-tested with 30 individuals, and a subsequent evaluation was conducted through expert panel discussions with 10 experienced professionals. Descriptive statistics - including percentage, mean, and standard deviation - were utilized in the quantitative phase, while qualitative insights were analyzed through content analysis.
Result of the study were found that:
1. The overall current state of Buddhist school administration was rated at a high level across all four dimensions of the 4Ms theory - Material, Money, Man, and Management - with material resources scoring the highest.
2. The developed administrative model integrated key components: guiding principles, objectives, system mechanisms, operational procedures, assessment methods, success conditions, and the integration of the Threefold Training (Sīla, Samādhi, and Paññā) as its philosophical foundation.
3. The pilot implementation yielded strong positive results, with the highest effectiveness observed in evaluation strategies, followed by clearly defined objectives, practical implementation procedures, and the congruence of principles and systemic structures.
4. The model evaluation indicated high levels of appropriateness and feasibility, confirming its relevance and potential for adoption within the context of Thai Buddhist temples in diaspora communities.