กลับหน้ารายการ
Background
ดุษฎีนิพนธ์

รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี : ศึกษาวิเคราะห์กรณีลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่

A Pattern of Conflict Management by Buddhist Peaceful Means : A Critical Study of Mae Ta Chang Watershed Chiang Mai

ปีการศึกษา
2548
ผู้เข้าชม
1,302
ดาวน์โหลด
0
ผู้วิจัย: พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (นิธิบุณยากร)
ที่ปรึกษา: พระมหาสมจินต์ สมุมาปญฺ โญ (วันจันทร์), ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์
รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี : ศึกษาวิเคราะห์กรณีลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่

ข้อมูลรายการ (Details)

ชื่อเรื่องภาษาไทย รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี : ศึกษาวิเคราะห์กรณีลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ A Pattern of Conflict Management by Buddhist Peaceful Means : A Critical Study of Mae Ta Chang Watershed Chiang Mai
ผู้วิจัย พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (นิธิบุณยากร)
ที่ปรึกษา 1 พระมหาสมจินต์ สมุมาปญฺ โญ (วันจันทร์)
ที่ปรึกษา 2 ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์
วันสำเร็จการศึกษา 23 มีนาคม 2548
ส่วนงานที่จัดการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
ชื่อปริญญา พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.)
ระดับปริญญา phd
สาขาวิชา พระพุทธศาสนา
URI https://e-thesis.mcu.ac.th/items/2871
ปรากฏในหมวดหมู่ ดุษฎีนิพนธ์
ดาวน์โหลด (จำนวน) 0
จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) 1,302

บทคัดย่อภาษาไทย

                 การศึกษาวิจัยเรื่อง "รูปแบบการจัดการความขัดแข้งโดยพุทธสันติวิธี: ศึกษาวิเคราะห์กรณีลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่" นั้น ผู้วิจัยได้ตั้งวัตถุประสงค์เอาไว้ 3 ประการด้วยกัน กล่าวคือเพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับความขัดแย้ง และรูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธีตามที่ปรากฏในกัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถา เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความขัดแย้ง และรูปแบบในการจัดการความขัดแข้งโดยสันติวิธีในลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่ และเพื่อนำเสนอแนวทาง และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับ "รูปแบบการจัดการ ความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี" ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน

                 1. จากการศึกษาวิเคราะห์ความขัดแย้ง และรูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธีตามที่ปรากฏในดัมภีร์พระไตรปิถูกและอรรถกถา พบว่า ในระดับโลกิยวิสัยนั้น พระพุทธศาสนามองว่าความขัดแข้งจัดได้ว่าเป็นทุกข์ หรือเป็นธรรมชาติที่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น(Nccessity) ของบุคคลและสังคมประการหนึ่ง แต่ในระดับโลกุตระนั้น พระพุทธศาสนามองว่าเป็นสภาวะที่ไร้ความขัดแย้ง สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแข้งพระพุทธศาสนายอมรับว่าเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างปัจจัยภายในคือ กุศลมูล และอกุศลมูล รวมถึง ตัณหา ทิฏฐิ และมานะ ผนวกและปัจจัยภายนอก คือ ข้อเท็จจริงความสัมพันธ์ ผลประโยชน์ ค่นิยม และโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงได้นำเสนอชุดของสันติวิธีในการจัดการในการจัดการการความขัดแย้งซึ่งประกอบไปด้วยการเจรจากันเอง การไกล่เกลี่ยคนกลาง การตั้งคณะกรรมการได่สวน การพิจารณาตัดสินโดยสังฆสภา ซึ่งกลยุทธ์ประกอบด้วย การตัดสินโดยการเงียบ การใช้เสียงข้างมาก การโน้มน้าว การประนีประนอม เป็นต้น ดังที่ปรากฏในอธิกรณสมถะ

                2. จากศึกษาวิเคราะห์ความขัดแย้ง และรูปแบบในการจัดการความขัดแข็งโดย สันติวิธีในลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่ พบว่า ความขัดแข้งในลุ่มน้ำแม่ตาช้างนั้น เป็นความขัดแย้งที่เกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ การสร้างสิ่งก่อสร้างบุกรกลำน้ำซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ การทิ้งขยะ และของเน่าเสียลงในลำน้ำ สาเหตุเกิดจากการขยายตัวของพื้นที่ทำกิน การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในลุ่มน้ำ และการขขายตัวของรีสอร์ท ผนวกกับความต้องการของมนุษย์โดยไร้ขีดจำกัด ซึ่งผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นได้จัดการความขัดแย้งด้วยการเจรจากันเอง การเจรจาไกล่เกลี่ยคนกลาง และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนในลุ่มน้ำ จนทำให้การแย่งชิงน้ำคำเนินไปสู่การแบ่งปัน และการยึดมั่นในความเป็นอัตลักษณ์ไปสู่การสลายและทำลายความเป็นอัตลักษณ์

               3๓. จากการบูรณาการรูปแบบการจัดการความขัดแข็งมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบตามที่ปรากฏในประเทศตะวันตก ตะวันออก ประเทศไทย พระพุทธศาสนา และลุ่มน้ำแม่ตาช้างทำให้พบรูปแบบการจัดการความขัดแข็งโดยพุทธสันติวิธีเชิงบูรณาการที่มีชื่อว่า "ธัมมิกมัชฌิมวิธี" หมายถึง วิธีแบบกลาง ๆ หรือข้อปฏิบัติแบบกลาง (มัชฌิมวิธี ที่ประสานสอดคล้อง พอเหมาะพอดี โดยการวิเคราะห์ และการประเมินจากทางเลือกหลาย ๆ ทางที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันหาทางออกและมีฉันทามติร่วมกันว่า เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดขมี "ความชอบธรรม"(ธัมมิกวิธี) เป็นแกนหลัก กล่าวคือ (1 ) ดำเนินการต่อหน้าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (2) ดำเนินการด้วยความโปร่งใส (3) ยุติธรรม (4) สามารถตรวจสอบได้ (5) รับผิดชอบต่อผลดี หรือผลเสียที่จะเกิดขึ้น (6) ถูกต้อง (7) ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติร่วมกันได้จริง (8) เหมาะสมกับสถานการณ์ และเหตุปัจจัย (9) ได้ประโยชน์ทุกฝ่ายและ (10) เคารพในสิทธิของผู้อื่น หรือสิ่งอื่น

                 สำหรับวิธีการ หรือข้อปฏิบัติแบบกลาง ๆ ทีสามารถนำไปจัดการความขัดแข็งประกอบไปด้วยชุดวิธีใหญ่ ๆ 7 ชุด กล่าวคือ การเจรจากันเอง การเจรจาไกล่เกลี่ยคนกลาง การไต่สวน การมีส่วนร่วม การใช้อนุญาโตตุลาการ การใช้กระบวนการทางศาล และการออกกฎหมาย ซึ่งชุดวิธีเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การประนีประนอม การโน้มน้าว การโอนอ่อนผ่อนตาม และการเผชิญหน้า เป็นต้น เมื่อนำชุดของ "ธัมมิกมัชฌิมวิธี" ไปสัมภาษณ์ และสนทนากลุ่มในลุ่มน้ำแม่ตาช้าง พบว่าประชาชนในลุ่มน้ำเห็นว่า ข้อปฏิบัติหรือชุดวิธีที่เกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้ง และวิธีการเสริม/ป้องความขัดแย้งเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่จะก่อให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนในลุ่มน้ำ

 

Abstract (English)

                This thesis aims to study the concept of conflict and the pattern of conflict management by peaceful means as found in the Tipitaka and the Commentaries, to analytically study the conflict and the pattern of conflict management by peaceful means used in Mae Ta Chang Watershed, Chiang Mai, and to propose the means and the new body of knowledge regarding "the pattern of conflict management by peaceful means" for contemporary Thai socicty.

                From studying the Tipitaka and the Commentaries, it is found that the conflict in mundane level is suffering or common necessity for people and society, but in superabundance level it is the state without conflict. According to Buddhism, the factors leading to the conflict are originated from the interaction of internal factors and external ones. The internal factors are the unwholesome roots of action and the wholesome ones, including craving, dogma and conceit. The extemnal factors are facts conflict , relationship conflict, interests conflict, values conflict and structures conflict. To

manage the conflict, the Buddha proposed the peaceful means consisting of negotiation, mediation,inquiry and judgment by the Sanghasabha the strategy of which is to settle the confict called Adhikaranasamatha (the rules for settling cases) the process of which is silence, majority, persuasion,compromise and so on.

               From Analytically studying the conflict and the pattern of conflict management by peaceful means used in Mae Ta Chang, Chiang Mai, it is found that the growth of population and the expansion of agricultural fields and resorts as well as unlimited need had of human beings cause theconflicts in forms of water resource possession, construction invading public areas, the throwing away of garbage and wastes in the river. The peaceful means for managing the conflict employed by local people were negotiation and public participation. By this mean, the water conflict was

transformed into shares and the identity attachment was transformed into the dissolution of identity.

               In integrating different patterns of conflict management as used in western and eastern countries, it is found that the pattern of conflict management by integral Buddhist peaceful means can be called ''Dhammikamajjhimavidht", meaning the middle means or the middle practice that is harmonious and suitable. After analyzing and assessing several alternatives by which the stakeholders unanimously reached resolution that the best alternative was "'Dhammikavidht" which must be implemented by means of public presence, transparency, justice, accountability, responsibility,

righteousness, practicability, appropriation, usefulness for all sides and non-violation to other persons' rights and other things.

               The above-mentioned means or practice consist of the seven main sets of means, namely:negotiation, mediation, inquiry, participation, arbitration, judicial approach and legislation in all of which the different strategies such as compromise, persuasion, agreement and confrontation are very necessary.

                After interviewing the people and the focus group regarding "'theDhammikamajshimavidh?', the people at Mae Ta Chang accepted that this means of conflict management and conflict prevention are an alternatives which could give rise to permanent peacefulness at Mae Ta Chang, Chiang Mai.

 

รายการเอกสารเผยแพร่

ชื่อเอกสาร ไฟล์ ขนาด ประเภท วันที่ ดาวน์โหลด
Full Text aQaQBDNmkOfpTCw7iUbcPfnhiirVElwJ9xSXxuSI.pdf 67,083.72 KB PDF 7 ม.ค. 2565
Full Text jzV0obzevVVEwllP6Dx9WFmYITIunznSX4GMVg60.pdf 67,083.72 KB PDF 7 ม.ค. 2565