กลับหน้ารายการ
Background
สารนิพนธ์

ปัญหาการใช้อำนาจของเจ้าคณะ พระสังฆาธิการ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ

Legal Problems of Power Using of Administrative Monks of Sangha in Line with Section 22 of Sangha Act 2505 B.E. in Appointing of Sangha Monks

ปีการศึกษา
2565
ผู้เข้าชม
969
ดาวน์โหลด
0
ผู้วิจัย: พระครูวิริยศาสนกิจ (สมเจตต์ สมคฺโค)
ที่ปรึกษา: ผศ. ดร.ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ, ผศ. ร.อ. ดร.ประมาณเลิศ อัจฉริยปัญญากุล
ปัญหาการใช้อำนาจของเจ้าคณะ พระสังฆาธิการ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ

ข้อมูลรายการ (Details)

ชื่อเรื่องภาษาไทย ปัญหาการใช้อำนาจของเจ้าคณะ พระสังฆาธิการ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ Legal Problems of Power Using of Administrative Monks of Sangha in Line with Section 22 of Sangha Act 2505 B.E. in Appointing of Sangha Monks
ผู้วิจัย พระครูวิริยศาสนกิจ (สมเจตต์ สมคฺโค)
ที่ปรึกษา 1 ผศ. ดร.ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ
ที่ปรึกษา 2 ผศ. ร.อ. ดร.ประมาณเลิศ อัจฉริยปัญญากุล
วันสำเร็จการศึกษา 1 สิงหาคม 2565
ส่วนงานที่จัดการศึกษา คณะสังคมศาสตร์
ชื่อปริญญา นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.)
ระดับปริญญา master
สาขาวิชา นิติศาสตร์
URI https://e-thesis.mcu.ac.th/items/4388
ปรากฏในหมวดหมู่ สารนิพนธ์
ดาวน์โหลด (จำนวน) 0
จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) 969

บทคัดย่อภาษาไทย

              การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของการปกครองของคณะสงฆ์ไทย เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน 2) ศึกษาให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริหารและการปกครองของคณะสงฆ์ไทยภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน 3) ศึกษาให้ทราบถึงขอบเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งขององค์กรทางการปกครองคณะสงฆ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของมหาเถรสมาคมที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจในทางปกครอง และ 4) ศึกษาถึงปัญหาทางกฎหมายเพื่อที่จะได้เป็นแนวคิดในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายคณะสงฆ์และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการปกครองคณะสงฆ์ โดยเฉพาะมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505

    การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ วิทยานิพนธ์ ตำรา งานวิจัย ตลอดจนตัวบทกฎหมายต่างๆ และเอกสารทางวิชาการต่างๆ รวมทั้งค้นคว้าจากข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบภาษาไทย และภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561, พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484, กฎพระสงฆ์ ฉบับที่ 1-10, พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542, พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

    จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เป็นกฎหมายที่ใช้ในการปกครองคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2535 ครั้งที่สองในปี
พ.ศ. 2547 ครั้งที่สามในปี พ.ศ. 2560 และครั้งที่สี่ในปี พ.ศ. 2561 ถึงแม้ว่าจะได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม แต่องค์กรที่ใช้อำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวก็ยังไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น ไม่สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและระบอบการปกครองของประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้การใช้อำนาจขององค์กรปกครองสงฆ์ยังส่งผลโดยตรงถึงคณะสงฆ์และผู้อยู่ภายใต้การใช้อำนาจดังกล่าว ทั้งนี้ เพราะองค์กรปกครองสงฆ์มีการใช้อำนาจมหาชน แต่ปัจจุบันศาลปกครองซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองกลับไม่สามารถที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์การปกครองสงฆ์ได้ โดยเพียงมีเหตุผลที่ว่าการปกครองคณะสงฆ์เป็นการดำเนินกิจการขององค์กรทางศาสนา ศาลปกครองไม่มีอำนาจตรวจสอบ

    ข้อเสนอแนะ

    1. สมควรแก้ไขและปรับปรุงพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับปัจจุบันให้มีมาตรฐานที่จะนําสู่กลไกการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองสงฆ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมตรวจสอบโดยองค์กรภายในหรือภายนอก

    2. สมควรให้มหาเถรสมาคมออกกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยเรื่องวิธีการลงโทษและวิธีปฏิบัติกิจการคณะสงฆ์ โดยกําหนดให้มีองค์กรอิสระหรือผู้ตรวจการของคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นองค์กรที่ควบคุมการใช้อำนาจขององค์กรปกครองทางพระพุทธศาสนา

3. สมควรกําหนดให้มีหน่วยฝึกอบรมและพัฒนาคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการและการใช้สิทธิของตนเองตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

 

Abstract (English)

           The objectives of this research were 1) to study the historical background of Thai monks’ administration from Sukhothai kingdom to the present Rattanakosin kingdom, 2) to know the Legal Problems of Power Using of Administrative Monks of Sangha in Line with Section 22 of Sangha Act. 2505 B.E. and Amended Sangha Act. (Chapter 2) 2535 B.E., Sangha Act. (Chapter 3) 2560 B.E., and Current Sangha Act. 2561 B.E., 3) to study the power the court judgement or command of Sangha organization  about the works of Supreme Sangha Council in the characteristic of power using of administration, 4) to study Legal Problems of Power Using of Administrative Monks of Sangha in Line with Section 22 of Sangha Act. 2505 B.E. 

      This research was the documentary research  through the books studying a, thesis, textbooks, research works including the laws and academic works including electronic media in the form of Thai and foreign languages about Thai Sangha Organization, especially, Sangha Ac.t 2505 B.E., Sangha Ac.t 2535 B.E., Sangha Act 2560 B.E., Sangha Ac.t 2561 B.E., Sangha Organization Act. 121, Sangha Organization Act 2484, Sangha Rule chapter 1-10, Royal Act for Administrative Works 2539 B.E., Royal Act for Administrative Court setting and Administrative Court legal process
2542 B.E., Constitution of Thailand Kingdom 2560 B.E.

      The findings of the research which found that the Sangha Act 2505 B.E.  as the law of Thai monks’ administration at the present in order to setting up the structure of monks’ administration and Act amendment for four times in 2535 B.E. 2547 B.E. 2560 B.E. and 2561 B.E. respectively. Even though the Sangha Act had the amendment but it is not efficient and does not along with Dhammavinaya and the current administration of Thailand. Moreover, the power using of Sangha administration direct to  Sangha organization and the persons under power using because Sangha organization uses the public power but the present Administrative Court is the organization that has the duty to examine the right legal of administrative works but can not examine the power using of administrative monks because the works’ reason of religious organization that the Administrative Court does not have the power to examine.

      Suggestions

      1. Should amend and improve the present Sangha Act. to lead to the controlling mechanism to examine the power using of monks administrative organization for controlling and examination by both inner and outer organizations.

      2. Should let the Supreme Sangha organization releases the Rule of Supreme Sangha Organization about the methods of punishment and action process of Sangha organization by having the independent organization or controller of Sangha organization for being the organization to control the power using of Buddhism organizations.

      3. Should set up the training organization to develop the Sangha organization, administrative monks for understanding the process and the own right using in line with Sangha Act 2505 B.E. correctly and rightly.

 

รายการเอกสารเผยแพร่

ชื่อเอกสาร ไฟล์ ขนาด ประเภท วันที่ ดาวน์โหลด
Full Text 3KjVsk9PYbd9UtApeD9kRdMuFVMZfyxp85sASjFh.pdf 2,981.46 KB PDF 8 ก.ย. 2565