| ชื่อเรื่องภาษาไทย | การศึกษาเปรียบเทียบเรื่องเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนา เถรวาทกับเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์ พระพุทธศาสนาเถรวาท |
|---|---|
| ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ | A Comparative Study of Deva in Views of Theravãda Buddhism and Bramism in Theravãda Buddhism |
| ผู้วิจัย | พระอธิการประทุม จารุวํโส (ปรางมาศ) |
| ที่ปรึกษา 1 | พระเมธีสุตาภรณ์ |
| ที่ปรึกษา 2 | ผศ.ดร.สุรพงษ์ คงสัตย์ |
| วันสำเร็จการศึกษา | 4 พฤษภาคม 2555 |
| ส่วนงานที่จัดการศึกษา | บัณฑิตวิทยาลัย |
| ชื่อปริญญา | พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) |
| ระดับปริญญา | master |
| สาขาวิชา | พระพุทธศาสนา |
| URI | https://e-thesis.mcu.ac.th/items/3033 |
| ปรากฏในหมวดหมู่ | วิทยานิพนธ์ |
| ดาวน์โหลด (จำนวน) | 0 |
| จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) | 883 |
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาเรื่องเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาท (2) เพื่อศึกษาเรื่องเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท (3) เพื่อเปรียบเทียบเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาทกับเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ผลการศึกษาพบว่า
1. เทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาท เทวดา หมายถึง หมู่เทพชาวสวรรค์ เป็นคำรวมเรียก ชาวสวรรค์ทั้งเพศชายและเพศหญิง มีปรากฎ 3 ประเภท คือ (1) สมมติเทพ (2) อุปปัติเทพ และ (3) วิสุทธิเทพ เทวดามีลักษณะเป็นผู้ที่มีชีวิตและภาวะอันเป็นทิพย์ มีกายเป็นแสงสว่างเปล่งรัศมีและเสวยทิพย์ เทวดามีอายุขัยในสวรรค์โดยเฉลี่ย 1 วันเท่ากับ 800 ปี ในโลกมนุษย์ และบุคคลที่เป็นเทวดาได้จะต้องมีหลักธรรม คือ หลักเทวธรรม วัตตบท 7 บุญกิริยาวัตถุ สัมปทา 5 กุศลกรรมบถ 10
2. เทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท เทพ หมายถึง เทพเจ้าที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติมีการบูชาศักดิ์เป็นไปตามความเชื่อเกี่ยวกับโลก การบันดาลความสุข การเกิด และความตาย เทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์ จึงเป็นที่เกิดจากความเชื่อว่าเทพเจ้าสามารถดลบันดาลให้สุขและให้ทุกข์ได้ตามความเชื่อนั้นต่อมาในระยะหลังการนับถือเทพเจ้ามีการเปลี่ยนแปลง จึงได้มีการดัดแปลงเทพเจ้าให้มีอิทธิพลในอำนาจหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ (1) พระพรหม คือ ผู้สร้าง เป็นเทพเจ้าองค์ใหญ่สูง (2) พระศิวะ คือ ผู้ทำลาย และ (3)พระวิษณุ คือ ผู้รักษา เทพเจ้าทั้งสามองค์ถือว่าเป็นเทพเจ้าสูงสุดในหมู่เทพทั้งปวง ซึ่งอายุของเทพในยุคเริ่มต้นแล้วมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 4,800 ปีเทพ เท่ากับ 1,724,000 ปีมนุษย์ และการที่จะเกิดเป็นเทพได้นั้นจะต้องมีการประพฤติตามหลักกุศลกรรม การประพฤติบูชายัญ และการประพฤติพรหมจรรย์
3. เปรียบเทียบเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาทกับเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาทนั้น ความเหมือนของเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาทกับเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ต่างถือกำเนิดเกิดขึ้นจากธรรมชาติ เทวดาและเทพเจ้าต่างอาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นสูง เทพและเทวดามีอายุไม่เท่ากันในสวรรค์แต่ละชั้นเหมือนกัน มีอำนาจตามสถานะที่ได้ทำบุญกรรมเอาไว้ ส่วนความต่างของเทวดาในทัศนะของพระพุทธศาสนาเถรวาทกับเทพในทัศนะของศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท เทวดาในทัศนะทางพระพุทธศาสนามีวิวัฒนาการจากมนุษย์มีการเชื่อมโยงเป็นไปตามสังสารวัฎฎ์ คือ กิเลส กรรมและวิบาก เทวดาในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นจากมนุษย์ที่ปฎิบัติตามหลักเทวธรรม วัตตบท 7 บุญกิริยาวัตถุ สัมปทา 5 กุศลกรรมบถ 10 จึงทำให้ไปเกิดเป็นเทวดาในชั้นต่าง ๆ ได้ ส่วนในทัศนะของศาสนาพราหมณ์นั้นจะต้องมีหลักการประพฤติตามหลักกุศลกรรม การประพฤติบูชายัญ และการประพฤติพรหมจรรย์ จึงจะเกิดเป็นเทวดาได้
This research aims to (1) study Deva in Theravãda Buddhism, (2) study Deva from Brahman views in Theravãda Buddhism scriptures, and (3) compare Deva in views of Theravãda Buddhism and Deva in views of Brahman from Theravãda Buddhism scriptures. The results are found as follows
1. Deva in Theravãda Buddhism means a group of Devas in the heaven. They are both male and female. Deva refers to a supernatural state with bright body, and radius. Deva live happily in various levels of heaven. The male Deva is called Devaputra, while it is called Devtida for the female Deva. Being born in a state of Devaputra or Devtida is not related to a state of pregnancy like human. It is born as a state of Deva which is called a state of Oppatika who is born immediately with a perfect organ. It is believed that the state of Devaputra will have the same completely perfect body as a man of twenty years. While Devtida will have same absolutely beautiful body as a girl of sixteen or seventeen years. They will not be old or sick, but will have a young state until they die. They will get what they imagine which is called a supernatural state.
2. Deva in views of Brahman of Theravãda Buddhism means God who is naturally born which can cause happiness, birth, and death. Brahman Deva is believed to cause both happiness and suffering. However, later this belief has been changed. Thus, there are three types of Deva:Brahman, Siva, and Visanu. Brahman is considered as a manufacturer. Siva is a destroyer. Visanu is a keeper. They are considered the highest Devas who have much impact on Hindu people.
3. A comparison of Deva in views of Theravãda Buddhism and Brahman is found that the similarity of Deva in views of Theravãda Buddhism and Brahman as in Theravãda Buddhism scriptures is a natural birth living in a high level of heavens with the power related to their good merit. While the difference is that Deva from the view of Theravãda Buddhism happens from the process of human development which is under the cycle of action (kamma),desires and miserly from bad deeds. In contrast, Deva from Buddhism views comes from the human who makes merit. After death, they are born as devas in various heavens based on their merits. But, the development of Deva according to Brahman view come from the supernatural beliefs which cause human both happiness and suffering.
| ชื่อเอกสาร | ไฟล์ | ขนาด | ประเภท | วันที่ | ดาวน์โหลด |
|---|---|---|---|---|---|
| Full Text | 0YSMU9AvM90VpTQbjMMXPrd5U7TbZ62krCdSIccN.pdf | 2,570.43 KB | 17 ม.ค. 2565 |