กลับหน้ารายการ
Background
ดุษฎีนิพนธ์

การส่งเสริมการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคกลางตอนบน

The Format Health Promotion of Management Holistic Care for People in Local Governments

ปีการศึกษา
2560
ผู้เข้าชม
1,880
ดาวน์โหลด
0
ผู้วิจัย: วลัญช์ชยา เลิศรัชชาพันธุ์
ที่ปรึกษา: พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ, พระครูสังฆรักษ์เกียรติศักดิ์ กิตฺติปญฺโญ
การส่งเสริมการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคกลางตอนบน

ข้อมูลรายการ (Details)

ชื่อเรื่องภาษาไทย การส่งเสริมการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคกลางตอนบน
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ The Format Health Promotion of Management Holistic Care for People in Local Governments
ผู้วิจัย วลัญช์ชยา เลิศรัชชาพันธุ์
ที่ปรึกษา 1 พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ
ที่ปรึกษา 2 พระครูสังฆรักษ์เกียรติศักดิ์ กิตฺติปญฺโญ
วันสำเร็จการศึกษา 30 มีนาคม 2560
ส่วนงานที่จัดการศึกษา -
ชื่อปริญญา พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.)
ระดับปริญญา phd
สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์
URI https://e-thesis.mcu.ac.th/items/29
ปรากฏในหมวดหมู่ ดุษฎีนิพนธ์
ดาวน์โหลด (จำนวน) 0
จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) 1,880

บทคัดย่อภาษาไทย

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมของประชาชนในเขตภาคกลางตอนบน 2. ศึกษาปัจจัยการจัดการสุขภาวะและอิทธิบาท 4 ที่มีอิทธิพลต่อการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคกลางตอนบน และ 3. เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคกลางตอนบน
ระเบียบวิธีวิจัยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน 
สุ่มตัวอย่างแบบง่าย จากประชากร 230,526 คน โดยใช้สูตรของทาโร ยามาเน (Taro Yamane) เครื่องมือเก็บข้อมูลได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย (regression coefficient) เป็นการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (multiple regression analysis) การวิจัยคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (In-depth interview) จำนวน 26 รูป/คน เลือกแบบเจาะจงจากผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่มีโครงสร้าง เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว และเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนร่วมในการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) จำนวน 9 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสองขั้นตอนโดยการพรรณนาความ
ผลการวิจัย พบว่า 
1. การจัดการสุขภาวะเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคกลางตอนบน การจัดการสุขภาวะทางกายอยู่ในระดับมาก (3.58) การจัดการสุขภาวะทางสังคมอยู่ในระดับมาก (3.76) ด้านจิตใจอยู่ในระดับมาก (3.51) การจัดการสุขภาวะทางปัญญาอยู่ในระดับมาก (3.58)  ส่วนปัจจัยทางด้านอิทธิบาท 4 ด้านฉันทะอยู่ในระดับมาก (3.60) ด้านวิริยะอยู่ในระดับมาก (3.65)  ด้านจิตตะอยู่ในระดับมาก (3.77) และด้านวิมังสาอยู่ในระดับมาก(3.64)  สำหรับการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวม ด้านการจัดการคนอยู่ในระดับมาก (3.67) ด้านการจัดการงบประมาณอยู่ในระดับมาก (3.73) ด้านการจัดการทั่วไปอยู่ในระดับมาก (3.83) ด้านอุปกรณ์/เครื่องมืออยู่ในระดับมาก (3.76) ด้านบริการประชาชนอยู่ในระดับมาก (3.65) และด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในระดับมาก ( 3.79)  
2. ปัจจัยการจัดการที่มีอิทธิพลต่อสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนทั้ง 6 ด้าน ดังนั้น ปัจจัยทางด้านการจัดการคน (.104) การจัดการงบประมาณ (.085) การจัดการทั่วไป (.139)
การจัดการอุปกรณ์/เครื่องมือ (.077) การบริการประชาชน(.079)  และด้านคุณธรรมจริยธรรม
(.087)  มีอิทธิพลต่อสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร้อยละ 69.4  (R=.833 R2=.69.4) สำหรับปัจจัยทางด้านอิทธิบาท 4 ซึ่งมีด้านฉันทะ (.106) ด้านวิริยะ (.025)  ด้านจิตตะ (.853) และด้านวิมังสา (.125)  ฉะนั้นปัจจัยด้านอิทธิบาท 4 ทั้ง 4 ด้านจึงมีอิทธิพลต่อสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวคือถ้าหากปัจจัยทางด้านอิทธิบาท 4 มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะทางด้านจิตตะ จะส่งผลต่อสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอธิบายได้ร้อยละ 59.9 (R=.774  R2=.59.9) 
3. รูปแบบการจัดการสุขภาวะแบบองค์รวมเพื่อประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคกลางตอนบน 
1) รูปแบบด้านสุขภาวะทางกาย (ฉันทะ) รูปแบบการดูแลสุขภาวะทางกายแบบองค์รวม ประกอบด้วย (1) หน่วยงานมีนโยบายการสร้างจิตสำนึกให้กับบุคลากรเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชน (2) หน่วยงานสนับสนุนงบประมาณในการดูแลสุขภาวะของประชาชนอย่างเต็มที่ 
(3) โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานสามารถบริการประชาชนด้านสุขภาวะอย่างเพียงพอต่อความต้องการ (4) มีการจัดหาอุปกรณ์/เครื่องมือสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อการจัดการสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่อง (5) มีการจัดหาอุปกรณ์/เครื่องมือสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อการจัดการสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และ (6) หน่วยงานมีการให้กำลังใจแก่บุคลากรและประชาชนต่อการดำเนินด้านสุขภาวะอย่างมาก 7) หน่วยงานมีการจัดการระบบ กลไกต่าง ๆ เพื่อรองรับงานด้านสุขภาวะของประชาชนอย่างเต็มที่ซึ่งจะนำมาสู่การเกิดวิริยะ คือ ความเพียร 
2) รูปแบบด้านสุขภาวะทางสังคม (วิริยะ) รูปแบบการดูแลสุขภาวะทางกายแบบองค์รวม ตามหลักวิริยะในที่นี้หมายถึง (1) บุคลากรมีความขยันหมั่นเพียรในการทำงานด้านสุขภาวะ 
(2) งบประมาณมีผลที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้การดำเนินด้านสุขภาวะประสบผลสำเร็จ 
(3) หน่วยงานมีการส่งเสริมระบบการบริการด้วยวิธีการเข้าใจบริบทในวิถีชีวิตของประชาชน (4) การนำอุปกรณ์/เครื่องมือไปใช้ได้อย่างเต็มสมรรถนะ และคุ้มค่ามีประสิทธิภาพต่อการลงทุน (5) ผู้บริหารองค์กรมีความพยายามในการให้กำลังใจ ดูแลสวัสดิการแก่บุคลากรและประชาชนเพื่อการจัดการสุขภาวะและ (6) หน่วยงานมีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาวะในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจน
3) รูปแบบด้านสุขภาวะทางจิตใจ (จิตตะ) รูปแบบการดูแลสุขภาวะทางกายแบบองค์รวมตามหลักจิตตะในที่นี้ หมายถึง  แผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาวะโดยบุคลากรทางสาธารณสุข พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจการแนะนำพบจิตแพทย์ และส่งเสริมด้านธรรมะจัดกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนา-มีการจัดโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 รักษาศีล 5 
4) รูปแบบด้านสุขภาวะทางปัญญาหรือจิตวิญญาณ (วิมังสา) รูปแบบการดูแลสุขภาวะทางกายแบบองค์รวมตามหลักวิมังสา ในที่นี้หมายถึง (1) บุคลากรมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้านสุขภาวะได้ดี (2) หน่วยงานสามารถจัดหางบประมาณจากภายนอกได้เสมอในกรณีที่งบประมาณไม่เพียงพอ 3) หน่วยงานจะมีวิธีการใหม่ ๆ เพื่อการบริการประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมาย (4) บุคลากรมีความเข้าใจในการดูแล รักษาอุปกรณ์/เครื่องมืออย่างถูกต้องและเหมาะสม (5) หน่วยงานมีแนวทางในการให้กำลังใจที่หลากหลายรูปแบบต่อบุคลากรที่ดำเนินงานด้านสุขภาวะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และ (6) การจัดการด้านสุขภาวะของหน่วยงานมีความสำเร็จลุล่วงภารกิจไปด้วยดี

Abstract (English)

Objectives of this research were; 1. To study the holistic well-being administration for people of the upper central region, 2. To study Buddhadhamma, Itthipata 4, that is influent to the holistic well-being administration for people of the upper central region and 3. To propose a model for the holistic well-being administration for people of the upper central region,  
Methodology was the mixed methods; quantitative and qualitative researches. The quantitative method collected data from 400 samples with questionnaires, analyzed data with frequency, percentile, mean and standard deviation and hypothesis test by t-test, F-test, ANOVA and Multiple Regression. The qualitative research collected data from 26 key informants with structured in-depth-interview and 9 participants in focus group discussion and analyzed data by descriptive interpretation. 
Findings were as follows: 
1. The holistic well-being administration for people of the upper central region was at high level with the average score at 3.58. Well-being in mentality aspect was at high level; 3.51. Well0being in social aspect was at high level, 3.76. Intellectual aspect was at high level at 3.58. Influences of Itthipata 4 in 4 aspects; Chanta, aspiration, was at high level, 3.60, Viriya, effort, was at high level at 3.64, Chitta, attention, was at high level at 3.77 and Vimamsa, examiniation, was at high level at 3.64. The holistic well-being  administration; man management was at high level at 3.67, budget management was at high level at 3.73, general management was at high level at 3.83, material, equipment management was at high level 3.76, people service was at high level at 3.65 and ethics and morality was at high level at 3.79.
             2. Findings from data analysis with Multiple regression at significant level at 0.01 in six areas were that factors for man management was at .104, budget management at .085, general management was at .139, material/equipmenmt management was at .077, people service was at high level at .079 and ethics and morality was at .087. All factors influencing people’s holistic well-being administration of local administrative organization were at 69.4 per cent, R=.774 R2=.59.9) 
             3. Influencing factors of Itthipata 4 in 4 aspects; Chanta, aspiration, was at .106, Viriya, effort, .025,Chitta, attention, was at .853 and Vimamsa, examiniation, was at high level .125. This indicated that Ittipatha 4 had influence upon the people’s holistic well-being administration of local administrative organization at upper central region. Itthipadha4 with all 4 aspects had influences upon behavioral change, especially mental change affecting holistic well-beings for people at the explainable score at 59.9 per cent or R=.774  R2=.59.9) 
Guidelines for  people’s holistic well-being administration, physical aspect; Chanta, aspiration, organizations must have  policy to promote sense of health care for personnel to take care of people’s well-being, allocating sufficient budget for the projects and activities to support the health care projects as needed. Allocating modern equipment for people health service continuously, Morale encouraging for personnel to render health service for people, in return, this aspiration induced Viriya, effort. 
Guidelines for people’s holistic well-being administration, mental aspect; refereeing to plans, projects about well-being performed by personnel in the public health section. Encouraging them to lead sick people to meet psychiatrist, Dhamma practice promotion, religious activities, five precept undertaking villages in families. Encouraging community leaders to lead peoples in well-being projects, encoring volunteers to visit older persons who were sick with mental sickness, encouraging group activities for chanting, meditation, inviting monks to preach and help people to comprehend Buddha’s teachings.
Guidelines for people’s holistic well-being administration, social aspect; (Viriya); personnel were diligent in performing duties in well-being circle. There must be sufficient budget to carry out the successful well-being project. Administration system must be based on people’s ways of life understanding. New equipment and technology must be used to support administration effectively. There must be clear morale creation for personnel and people to manage well-being and strategic plan for well-being in the targeted areas.

รายการเอกสารเผยแพร่

ชื่อเอกสาร ไฟล์ ขนาด ประเภท วันที่ ดาวน์โหลด
Full Text Q48gqaTsMPabR34hTNNVuc9pGW9kTGmK5qUf2YlN.pdf 16,120.63 KB PDF 24 ม.ค. 2564