| ชื่อเรื่องภาษาไทย | การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|---|---|
| ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ | Buddhadhamma Integration For Enhancing Political Communication to The People In Phranakorn Si Ayutthaya Province |
| ผู้วิจัย | พระชินกร สุจิตฺโต (ทองดี) |
| ที่ปรึกษา 1 | รศ. อนุภูมิ โซวเกษม |
| ที่ปรึกษา 2 | รศ. ดร. สุรพล สุยะพรหม |
| วันสำเร็จการศึกษา | 11 กันยายน 2564 |
| ส่วนงานที่จัดการศึกษา | คณะสังคมศาสตร์ |
| ชื่อปริญญา | ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) |
| ระดับปริญญา | phd |
| สาขาวิชา | รัฐศาสตร์ |
| URI | https://e-thesis.mcu.ac.th/items/2443 |
| ปรากฏในหมวดหมู่ | ดุษฎีนิพนธ์ |
| ดาวน์โหลด (จำนวน) | 0 |
| จำนวนผู้เข้าชม (จำนวน) | 217 |
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3) เพื่อเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนาและการสนทนากลุ่มเฉพาะจำนวน 9 รูปหรือคน การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.902 เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้ง 4 เขตการเลือกตั้ง ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 ตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพทั่วไปของการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1.1) ด้านรู้เข้าใจหลักการส่งสาร จะต้องอาศัยความจริงตัวสารเป็นความจริง มีทักษะในการสื่อสาร มีทัศนคติที่ดีถูกต้อง ต้องไม่มีอคติและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างจริง ๆ 1.2) ด้านรู้เท่าทันข้อมูลเนื้อหา เนื้อหาของสารที่ส่งออกไปจะต้องสื่อความหมายตรงประเด็นและชัดเจน จะต้องเป็นความจริงเป็นข้อเท็จจริง ต้องเป็นคำสัตย์คำจริง และต้องเป็นของจริง เป็นเรื่องที่จริง เป็นเรื่องแท้ มีประโยชน์ มีความตรงเวลา และเป็นเรื่องที่ชอบธรรม 1.3) ด้านรู้เลือกใช้สื่อหรือช่องทางหลากหลาย สื่อทาง Social Media เช่น ส่งผ่านทาง Facebook LINE Twitter Instagram YouTube E-mail Live Clubhouse เป็นต้น สื่อทางออนไลน์ทุก ๆ ชนิดที่เป็นการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วถือเป็นอำนาจสื่อยุคใหม่ในยุคดิจิตอล และต้องเป็นสื่อที่ไม่ขัดต่อหลักความเชื่อและศรัทธา 1.4) ด้านรู้คิดวิเคราะห์แยกแยะอย่างมีวิจารณญาณ ต้องมีสติความระลึกได้ สัมปชัญญะความรู้ตัว และมีทัศนคติการรับรู้ แนวคิดที่ดี และมีเหตุผลในการวิเคราะห์ผู้รับสารว่าสิ่งไหนตรง สิ่งไหนแย้ง สิ่งไหนขัดต่อหลักพื้นฐานความเป็นจริง และจะต้องมีการพิจารณาโดยใช้การ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ในข้อมูลที่แท้จริงและถูกต้องชัดเจน
2. กระบวนการสื่อสารทางการเมือง พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x bar= 3.75, S.D. = 0.59) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านผู้รับสาร (Receiver) มีระดับความคิดเห็นสูงที่สุด (x bar = 3.84, S.D. = 0.71) รองลงมาคือ ด้านสื่อหรือช่องทาง (Channel) (x bar = 3.81, S.D. = 0.70) และต่ำที่สุดคือ ด้านผู้ส่งสาร (Sender) (x bar = 3.61, S.D. = 0.63)
3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตามหลักสังคหวัตถุ 4 3.1) ด้านทาน (การให้) แบ่งปันความรู้ เพื่อนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง การให้ความรู้กับชุมชนกับสังคมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นมิตรไมตรี การให้ถือว่าเป็นการเปิดใจให้ผู้ฟังนั้น ยอมรับฟังชุดข้อมูลต่าง ๆ อย่างจริงใจ และทำให้ประชาชนเกิดการให้อภัยแก่กัน มีน้ำใจงดงาม น้ำใจดีมีความรักความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 3.2) ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) การมีคำพูดที่สุภาพ ไพเราะน่าฟัง ช่วยให้มีมุมมองที่กว้างและมีทัศนคติที่ดี การให้คำแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีเหตุผลในข้อมูลเนื้อหาของสาร จะส่งผลให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง 3.3) ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) มีใจรักทำประโยชน์แก่กันด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ประพฤติตนเป็นแบบอย่างเอาใจใส่ในการรับรู้ข้อมูลผ่านสื่อหรือช่องทางสื่อสารต่าง ๆ การเปิดรับข้อมูลข่าวสารการเมืองใหม่ ๆ พร้อมทั้งนำความรู้มาช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายหลักร่วมกัน ทำให้การสื่อสารทางการเมืองจะบรรลุผลหรือประสบความสำเร็จได้ 3.4) ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่ำเสมอ) การวางตนที่ดี ให้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องแก่บุคคลและสังคม ย่อมก่อให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน ทำให้การสื่อสารทางการเมืองมีความเข้าใจกันได้อย่างรวดเร็ว มีเหตุผล และประชาชนทุกคนจะมีความเสมอกันได้ตามหลักประชาธิปไตยมีความเสมอภาคกัน เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
The objectives of this research were: 1) to study the general condition of political communication for people in Phra Nakhon Si Ayutthaya 2) to study the political communication process for people in Phra Nakhon Si Ayutthaya 3) to propose the integration of Buddhist principles to promote political communication for people in Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. This study was mixed methods research. In-depth interviews with 20 key informants were used in the qualitative research. Data were analyzed using descriptive content analysis and focus group with 9 people. A questionnaire, reliability was 0.902 was used in the quantitative research. A sample was 400 eligible voters who were up to 18 years old in 4 constituencies, Phra Nakhon Si Ayutthaya. Descriptive statistics such as frequency, percentage, mean, and Standard Deviation were used for analyzing data.
Findings were as follows:
1. General conditions of political communication for people in Phra Nakhon Si Ayutthaya Province 1.1) Understanding the principles of sending message, it must rely on the truth (real message), communication skills, good attitude, not bias and understanding toward the message truly 1.2) Knowledge, to know what the content was up to. Moreover, the information that convey to others was relevant and clear. In addition, the information must be true, honest, real, advantage, punctual and justice. 1.3) Choosing media and social media; Facebook, LINE, Twitter, Instagram, YouTube, e-mail, Live Clubhouse, etc. was various. Online media was accessed immediately that was power of media in digital era. However, the media did not against to faith. 1.4) Critical thinking was consciousness, recall, good attitude, perception and reason. According to the critical thinking, receivers should analyze what was real or fake and consider the message by using thinking, analyzing, and synthetic.
2. Political communication process was found that the overall level was at a high level (x bar= 3.75, S.D. = 0.59) . When considering each side from at the highest to the lowest level was receiver (x bar = 3.84, SD = 0.71), media and channel (x bar = 3.81, SD. = 0.70) and the sender ( x bar = 3.61, S.D. = 0.63).
3. The integration of Buddhist principles to promote political communication for people in Phra Nakhon Si Ayutthaya Province 3.1) Giving (giving to others) sharing knowledge to analyze the political situation, giving knowledge to the community and society was great, friendly giving was to open minded to listen others and to accept to others truly. They caused of forgiveness, kindness, and harmony. 3.2) Kindly speech (pleasant speech) was polite and beautiful speech. It affected to good perspective and attitude. Useful advice and reasonable message affected to smooth communication and decrease of conflict. 3.3) Benefaction (good behaviors) was Corporate Social Responsibility. It was not selfish and took care of perception through media. To adopt political news and to solve problems with political knowledge toward goal were keys of achievement. 3.4) Impartiality (a state of equality) was state of being. It was to give clear and true information to people and society. It affected to respect to each other. If people respect to each other, it will express clearly and fast political communication and rationality. People will be equal. It was a democracy that people were equality and respect to each other.
| ชื่อเอกสาร | ไฟล์ | ขนาด | ประเภท | วันที่ | ดาวน์โหลด |
|---|---|---|---|---|---|
| Full Text | 5ay9vmmLOUvm9vwtZOtpJiDV84Iw1SFvJWh9GDL2.pdf | 3,681.04 KB | 18 ก.ย. 2564 |